Re-Connect Week 1 - EP.06 (Concept) พัฒนาชีวิตแห่งการอธิษฐาน
5 Minuten
Podcast
Podcaster
Beschreibung
vor 5 Jahren
วันที่ 6: พัฒนาชีวิตแห่งการอธิษฐาน จาก มาระโก 1:32-35
“ในเย็นวันนั้นเมื่อดวงอาทิตย์ตกแล้ว คนทั้งหลายพาบรรดาคนเจ็บป่วย
และคนที่มีผีสิงมาเฝ้าพระองค์ และคนทั้งเมืองก็มาออกันอยู่ที่ประตู
พระองค์จึงทรงรักษาคนจำนวนมากที่เป็นโรคต่างๆ ให้หาย
และทรงขับผีออกไปมากมาย และทรงห้ามพวกมันพูด
เพราะว่าพวกมันรู้จักพระองค์...ในเวลาเช้ามืดพระองค์ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่สงบ
และทรงอธิษฐานที่นั่น” Henri Nouwen บอกว่า
”ในประโยคที่เต็มไปด้วยการกระทำต่างๆ ทั้งการรักษาคนเจ็บปวด
การขับใล่ผี การตอบสนองต่อสาวกที่ใจร้อน การเดินทางจากเมืองสู่เมือง
และการเทศนาในแต่ละธรรมศาลา เราได้ยินเสียงอันเงียบสงบเหล่านี้
ท่ามกลางกิจกรรมต่างๆที่ทำให้เราไม่ทันหายใจ
เราได้ยินเสียงแห่งการฟื้นฟูที่คืนลมหายใจให้แก่เรา
รายล้อมไปด้วยชั่วโมงที่เราทำอะไรอยู่ตลอดเวลา
เราได้เจอกับความเงียบสงบและความนิ่ง
ในหัวใจของการมีส่วนร่วมก็ต้องมีถ้อยคำของการปลีกตัวออก
ท่ามกลางการกระทำก็จำต้องมีการใตร่ตรอง
และเมื่อเรามาอยู่ร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันก็ต้องมีเวลาอยู่ลำพัง
เมื่อได้เห็นถึงความเงียบสงบที่แฝงตัวอยู่ในความยุ่งเยิงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ผมก็รู้สึกถึงเคล็ดลับของการทำพันธกิจแบบพระเยซูที่ถูกซ่อนอยู่ภายในที่เงียบๆที่พระองค์อธิษฐานทุกๆเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น
ในที่สงบเงียบเพียงลำพังพระเยซูมีความกล้าที่จะทำตามพระทัยพระเจ้าไม่ใช่ทำตามใจตัวเอง
พระองค์สามารถกล่าวคำของพระเจ้าไม่ใช่กล่าวตามใจ
และทำงานของพระเจ้าไม่ใช่งานของตัวเอง พระองค์เตือนเราว่า
“คำซึ่งเรากล่าวกับพวกท่านนั้น เราไม่ได้กล่าวตามใจชอบ
แต่พระบิดาผู้สถิตอยู่ในเราทรงทำพระราชกิจของพระองค์” (ยอห์น 14:10)
เมื่ออยู่ลำพัง
พระเยซูสามารถมาเข้าสนิทกับพระบิดาเพื่อการเกิดผลในพันธกิจของพระองค์”
พออยู่ลำพังพระเยซูได้ยินเสียงของพระบิดาและไม่ได้ถูกเรียกร้องโดยฝูงชน
เมื่อเราอธิษฐานสิ่งแรกที่เราต้องทำคือ อยู่เงียบๆต่อหน้าพระเจ้า
เพื่อที่เราจะได้ยินพระองค์ตรัส พระเยซูบอกสาวกด้วยว่า
เวลาที่อธิษฐานให้เข้าไปในห้องและปิดประตูอธิษฐานต่อพระเจ้าผู้อยู่ในที่ลี้ลับ
การอธิษฐานไม่ใช่การแสดงออกเพื่อบอกว่าเราซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าหรือผู้อื่น
การอธิษฐานเช่นนี้เป็นการกระทำแบบเดียวกับที่ฟารีสีชอบกระทำ
ในที่เงียบเราสามารถที่จะอยู่กับพระเจ้าได้จริงๆและไม่ได้ถูกรบกวนโดยสิ่งแวดล้อมหรือผู้คนรอบข้าง
ในที่เงียบเราจะสามารถจดจ่อและฟังพระเจ้า
การอยู่ลำพังเป็นโอกาสที่เราจะเปิดใจเราต่อพระเจ้า
พระองค์รู้จักใจของเรา
ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะสร้างความสนิทสนมกับพระองค์
เพื่อที่เราจะสามารถพูดความในใจกับพระองค์ ซื่อสัตย์กับพระองค์
และกับตัวของเองด้วยเช่นกัน เราจะมีโอกาสในการทำเช่นนี้ได้
ก็เมื่อเราอยู่กับคนที่รักเราและยอมรับเราอย่างที่เราเป็นอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ
“ในเย็นวันนั้นเมื่อดวงอาทิตย์ตกแล้ว คนทั้งหลายพาบรรดาคนเจ็บป่วย
และคนที่มีผีสิงมาเฝ้าพระองค์ และคนทั้งเมืองก็มาออกันอยู่ที่ประตู
พระองค์จึงทรงรักษาคนจำนวนมากที่เป็นโรคต่างๆ ให้หาย
และทรงขับผีออกไปมากมาย และทรงห้ามพวกมันพูด
เพราะว่าพวกมันรู้จักพระองค์...ในเวลาเช้ามืดพระองค์ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่สงบ
และทรงอธิษฐานที่นั่น” Henri Nouwen บอกว่า
”ในประโยคที่เต็มไปด้วยการกระทำต่างๆ ทั้งการรักษาคนเจ็บปวด
การขับใล่ผี การตอบสนองต่อสาวกที่ใจร้อน การเดินทางจากเมืองสู่เมือง
และการเทศนาในแต่ละธรรมศาลา เราได้ยินเสียงอันเงียบสงบเหล่านี้
ท่ามกลางกิจกรรมต่างๆที่ทำให้เราไม่ทันหายใจ
เราได้ยินเสียงแห่งการฟื้นฟูที่คืนลมหายใจให้แก่เรา
รายล้อมไปด้วยชั่วโมงที่เราทำอะไรอยู่ตลอดเวลา
เราได้เจอกับความเงียบสงบและความนิ่ง
ในหัวใจของการมีส่วนร่วมก็ต้องมีถ้อยคำของการปลีกตัวออก
ท่ามกลางการกระทำก็จำต้องมีการใตร่ตรอง
และเมื่อเรามาอยู่ร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันก็ต้องมีเวลาอยู่ลำพัง
เมื่อได้เห็นถึงความเงียบสงบที่แฝงตัวอยู่ในความยุ่งเยิงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ผมก็รู้สึกถึงเคล็ดลับของการทำพันธกิจแบบพระเยซูที่ถูกซ่อนอยู่ภายในที่เงียบๆที่พระองค์อธิษฐานทุกๆเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น
ในที่สงบเงียบเพียงลำพังพระเยซูมีความกล้าที่จะทำตามพระทัยพระเจ้าไม่ใช่ทำตามใจตัวเอง
พระองค์สามารถกล่าวคำของพระเจ้าไม่ใช่กล่าวตามใจ
และทำงานของพระเจ้าไม่ใช่งานของตัวเอง พระองค์เตือนเราว่า
“คำซึ่งเรากล่าวกับพวกท่านนั้น เราไม่ได้กล่าวตามใจชอบ
แต่พระบิดาผู้สถิตอยู่ในเราทรงทำพระราชกิจของพระองค์” (ยอห์น 14:10)
เมื่ออยู่ลำพัง
พระเยซูสามารถมาเข้าสนิทกับพระบิดาเพื่อการเกิดผลในพันธกิจของพระองค์”
พออยู่ลำพังพระเยซูได้ยินเสียงของพระบิดาและไม่ได้ถูกเรียกร้องโดยฝูงชน
เมื่อเราอธิษฐานสิ่งแรกที่เราต้องทำคือ อยู่เงียบๆต่อหน้าพระเจ้า
เพื่อที่เราจะได้ยินพระองค์ตรัส พระเยซูบอกสาวกด้วยว่า
เวลาที่อธิษฐานให้เข้าไปในห้องและปิดประตูอธิษฐานต่อพระเจ้าผู้อยู่ในที่ลี้ลับ
การอธิษฐานไม่ใช่การแสดงออกเพื่อบอกว่าเราซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าหรือผู้อื่น
การอธิษฐานเช่นนี้เป็นการกระทำแบบเดียวกับที่ฟารีสีชอบกระทำ
ในที่เงียบเราสามารถที่จะอยู่กับพระเจ้าได้จริงๆและไม่ได้ถูกรบกวนโดยสิ่งแวดล้อมหรือผู้คนรอบข้าง
ในที่เงียบเราจะสามารถจดจ่อและฟังพระเจ้า
การอยู่ลำพังเป็นโอกาสที่เราจะเปิดใจเราต่อพระเจ้า
พระองค์รู้จักใจของเรา
ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะสร้างความสนิทสนมกับพระองค์
เพื่อที่เราจะสามารถพูดความในใจกับพระองค์ ซื่อสัตย์กับพระองค์
และกับตัวของเองด้วยเช่นกัน เราจะมีโอกาสในการทำเช่นนี้ได้
ก็เมื่อเราอยู่กับคนที่รักเราและยอมรับเราอย่างที่เราเป็นอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ
Weitere Episoden
7 Minuten
vor 5 Jahren
6 Minuten
vor 5 Jahren
7 Minuten
vor 5 Jahren
4 Minuten
vor 5 Jahren
6 Minuten
vor 5 Jahren
In Podcasts werben
Kommentare (0)